Sun Society เป็นร้านอาหารเช้าและบรันช์แห่งใหม่ในย่านสุขุมวิท 31 กรุงเทพฯ ที่ถูกออกแบบให้เป็นมากกว่าร้านอาหารหรือคาเฟ่ทั่วไป ตัวร้านตั้งอยู่ที่ 178 Sukhumvit 31 Alley, Lane 2 ในแขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา โดยผู้ก่อตั้งวางแนวคิดให้เป็นสถานที่ที่ลูกค้าสามารถเริ่มต้นวันด้วยอาหารเช้าและกาแฟ อยู่ต่อเพื่อทำงาน เข้าร่วมกิจกรรมออกกำลังกาย พบปะผู้คน หรือใช้เวลาตลอดช่วงกลางวันในบรรยากาศที่เป็นชุมชนมากกว่าการแวะมารับประทานอาหารแล้วออกไปทันที
ธุรกิจก่อตั้งขึ้นโดย Rafael Garcia, Kevin Koeninger และ Thibault Garcia โดยทั้งสามคนอธิบายว่าแนวคิดของ Sun Society เกิดจากการมองหาสถานที่ในกรุงเทพฯ ที่สามารถรวมอาหารคุณภาพดี กาแฟ บรรยากาศสำหรับทำงาน สุขภาพ และชุมชนไว้ในพื้นที่เดียวกัน เว็บไซต์อย่างเป็นทางการประกาศวันเปิดร้านวันที่ 1 November 2026 ดังนั้น ณ ช่วงเวลาที่ตรวจสอบ ร้านยังอยู่ในช่วงก่อนเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ
หัวใจของร้านคือ อาหารเช้าและบรันช์แบบ all-day โดยเริ่มเสิร์ฟตั้งแต่ 07:00 น. Sun Society ไม่แยกอาหารเช้าออกจากบรันช์ด้วยช่วงเวลาที่เข้มงวด แต่ใช้เมนูเดียวต่อเนื่องตลอดวันที่ร้านเปิด แนวทางนี้สอดคล้องกับกลุ่มลูกค้าในย่านสุขุมวิทที่อาจเริ่มวันในเวลาต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่มารับประทานอาหารเช้าก่อนทำงาน คนที่ต้องการกาแฟในตอนเช้า หรือผู้ที่นัดพบเพื่อนเพื่อบรันช์สาย ๆ
เมนูของร้านถูกวางไว้ระหว่างอาหารเพื่อสุขภาพและ comfort food มากกว่าจะเน้นแนวใดแนวหนึ่งเพียงอย่างเดียว ตัวอย่างเมนูที่เว็บไซต์เปิดเผย ได้แก่ Avocado Croissant ที่ประกอบด้วยอะโวคาโด ไข่และ chilli oil, Carrot Tacos พร้อม whipped feta และ dukkah, Cottage Chicken Wrap ที่เน้นโปรตีน, Larb Bowl ที่นำอาหารไทยมาปรับให้เข้ากับรูปแบบของร้าน และ Miso Eggplant ซึ่งเป็นหนึ่งในเมนู plant-based ของร้าน
สำหรับลูกค้าที่ค้นหา Breakfast restaurant in Bangkok, Brunch restaurant in Bangkok, Cafe in Bangkok, Coffee shop in Bangkok, Breakfast in Sukhumvit หรือ Cafe in Sukhumvit ร้านมีความเกี่ยวข้องโดยตรงทั้งในด้านทำเลและรูปแบบบริการ จุดแข็งของ Sun Society คือการเปิดตั้งแต่เช้าและนำ breakfast, brunch และ specialty coffee มารวมไว้ในประสบการณ์เดียวกัน โดยไม่บังคับให้ลูกค้าต้องเข้ามาเฉพาะช่วงบรันช์หรือใช้โต๊ะภายในเวลาจำกัด
กาแฟเป็นอีกส่วนสำคัญของร้าน Sun Society ระบุว่าเสิร์ฟ specialty coffee ตั้งแต่ 07:00 น. และลูกค้าสามารถเข้ามาเพียงเพื่อดื่มกาแฟได้โดยไม่มี minimum spend และไม่มีการกำหนดเวลาการใช้โต๊ะบนหน้าเมนูปัจจุบัน ซึ่งทำให้ร้านมีลักษณะของทั้ง breakfast restaurant และ working café ในเวลาเดียวกัน
ชั้นบนถูกออกแบบเป็นพื้นที่สำหรับทำงานโดยเฉพาะ มี Wi-Fi และปลั๊กไฟสำหรับที่นั่งต่าง ๆ แนวคิดนี้แตกต่างจากคาเฟ่ที่เพียงยอมให้ลูกค้านำแล็ปท็อปมานั่ง เพราะ Sun Society ระบุว่าพื้นที่ทำงานเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบธุรกิจตั้งแต่ต้น สมาชิกแบบ Premium จะได้รับ Priority Wi-Fi สูงสุดตามที่เว็บไซต์ระบุถึง 500 Mbps ขณะที่ระบบสมาชิกฟรีก็มีสิทธิ์ใช้งาน Wi-Fi เช่นกัน
สิ่งที่ทำให้ Sun Society แตกต่างจากร้านบรันช์ทั่วไปมากขึ้นคือกิจกรรมด้านสุขภาพและชุมชน ร้านประกาศกิจกรรมช่วงเช้า เช่น yoga, pilates, breathwork, HIIT, stretching และ run club ผู้ก่อตั้งอธิบายว่าแนวคิดเหล่านี้มาจากประสบการณ์ส่วนตัวของพวกเขาที่พบว่ากีฬาไม่ได้มีคุณค่าเพียงจากการออกกำลังกาย แต่ยังสร้างกลุ่มเพื่อนและความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนด้วย
ร้านจึงไม่ได้วางตัวเป็นเพียงสถานที่สำหรับ “กินแล้วกลับ” แต่เป็นพื้นที่ที่ลูกค้าอาจเริ่มจากคลาสออกกำลังกาย รับประทานอาหารเช้า ดื่มกาแฟ ทำงานต่อ และกลับมาร่วมกิจกรรมหรือพบปะคนอื่นในช่วงหลังของวันได้ ภายในแนวคิดเดียวกันยังมี sports massage และแผนสำหรับ outdoor cinema ในสวน ซึ่งเว็บไซต์ระบุว่าจะเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ในช่วงถัดไป
อีกจุดหนึ่งที่ธุรกิจให้ความสำคัญคือวัตถุดิบ Sun Society ระบุว่าพยายามเลือกวัตถุดิบที่มาจากแหล่งท้องถิ่นและมีแนวทางยั่งยืนเมื่อสามารถทำได้ โดยยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าไม่ใช่วัตถุดิบทุกชนิดจะสามารถทำได้ในลักษณะนี้ ร้านยังระบุข้อมูล calories, macros และแหล่งที่มาของวัตถุดิบหลักในเมนูแบบละเอียด ซึ่งช่วยตอบโจทย์ลูกค้าที่ให้ความสำคัญกับโภชนาการหรือการควบคุมอาหาร
สำหรับลูกค้าที่รับประทานอาหารแบบ vegetarian หรือ vegan เว็บไซต์ระบุว่ามีตัวเลือกโดยตรง เช่น Carrot Tacos และ Miso Eggplant รวมถึงอาหารเช้าหลายรายการที่สามารถปรับเป็น vegetarian ได้ จึงทำให้เมนูไม่ได้จำกัดเฉพาะผู้ที่รับประทานอาหารทั่วไปเท่านั้น
Sun Society ยังเป็นร้านที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยงและมีที่จอดรถภายในสถานที่ประมาณ 10 คัน ทำเลอยู่บริเวณ Sukhumvit Soi 31 โดยเว็บไซต์ระบุว่าสามารถเดินจาก Emsphere ได้ประมาณ 10 นาที ซึ่งทำให้ร้านเข้าถึงได้จากหนึ่งในพื้นที่ค้าปลีกและไลฟ์สไตล์สำคัญของสุขุมวิท
ในด้านทีมครัว Rafael Garcia มีประสบการณ์ด้านอาหารที่เว็บไซต์ระบุว่ายาวนานประมาณ 15 ปี ผ่านทั้ง Hôtel du Palais ใน Biarritz ร้านอาหาร Michelin-starred ในฝรั่งเศส เบเกอรีในปารีส งาน private cooking ใน Zermatt และตำแหน่งด้าน pastry ที่ Cadence by Dan Bark ก่อนทำงานเป็น head chef ที่ Scuba ในกรุงเทพฯ ประสบการณ์นี้เป็นส่วนสำคัญของแนวคิดอาหารของ Sun Society ที่ต้องการนำมาตรฐานการทำอาหารระดับมืออาชีพมาอยู่ในรูปแบบที่ลูกค้าสามารถกลับมาใช้บริการได้เป็นประจำ ไม่ใช่เฉพาะโอกาสพิเศษ

